กิจกรรม

สำนักนายกรัฐมนตรี สนองตอบข้อเสนอของ ประธานสมาพันธ์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางนานาชาติ ต่อกรณี เหตุการณ์เรือล่มในทะเลอันดามัน

    จากเหตุการณ์เรือล่มในทะเลอันดามัน บริเวณหน้าเกาะเฮ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ข่าวนี้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกผ่านทางสื่อกระแสหลัก และสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Social Network ที่เข้าถึงประชาชนได้โดยตรงอย่างรวดเร็วตลอด ๒๔ ชั่วโมง ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ การแสดงทัศนคติที่หลากหลายมุมมอง ในประเด็นต่างๆ เช่น แนวทางการบริหารจัดการของรัฐบาลไทยต่อกรณีการเกิดอุบัติเหตุเรือท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ตอย่างเป็นรูปธรรม ตรงตามความต้องการและสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับญาติของผู้เสียชีวิตแต่ละราย, การกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้ซ้ำขึ้นมาอีกในอนาคต รวมทั้ง นโยบายของรัฐบาลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิผลต่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างยั่งยืน



    ด้วยความห่วงใยถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นโดยตรงต่อชื่อเสียงของประเทศไทยในสายตาของนานาชาติ รวมทั้งความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนที่มีต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ตลอดจนพี่-น้องประชาชนไทยที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ด้วยเหตุนี้ สมาพันธ์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางนานาชาติ (สนนช.) โดย พลเอก ณพล คชแก้ว ประธานสมาพันธ์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางนานาชาติ จึงได้ส่งหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการต่อกรณีการเกิดอุบัติเหตุเรือท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ต ในประเด็นต่างๆ ดังนี้ :-

๑. ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสถานการณ์ก่อนเกิดเหตุการณ์ และระหว่างเกิดเหตุการณ์ และหลังเกิดเหตุการณ์ ว่าหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ได้ปฏิบัติตามแผนบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่ และ/หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร
๒. การติดต่อ-ประสานงานกับญาติของผู้เสียชีวิตเป็นรายบุคคล ควรมีการดำเนินการภายใต้การมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน โดยขอให้รัฐบาลออกคำสั่งแต่งตั้ง "หัวหน้าคณะผู้ประสานงานกับฝ่ายจีน" รับผิดชอบภารกิจเฉพาะในครั้งนี้ โดยมีฐานะเป็นผู้แทนของรัฐบาลในการประสานงานแต่ละภาคส่วนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อรักษาชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย
๓. จากข้อ ๑ และ๒ ขอให้เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ให้ครบในทุกมิติ โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ “เพื่อมนุษยธรรมและรักษาผลประโยชน์ของชาติ”
๔. จัดให้มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่ประเทศจีนเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยสมาพันธ์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางนานาชาติ (สนนช.) ได้ตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของความเป็นเครือญาติระหว่างไทย-จีน ทั้งรวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภาพลักษณ์ของประเทศไทย จึงใคร่ขอจัดกิจกรรม และมีส่วนร่วมกับรัฐบาลในรื่อง
  ๔.๑ การสร้างการรับรู้ เพื่อทำความเข้าใจและสานสัมพันธ์กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัวผู้สูญเสีย ฯ และสื่อต่อไปยังประชาชนทั่วไปในสาธารณรัฐประชาชนจีน
  ๔.๒ จัดกิจกรรมสานสัมพันธ์ เพื่อร่วมแสดงความเสียใจต่อกรณีอุบัติเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต และร่วมไว้อาลัยในเหตุการณ์การสูญเสีย ถึงแม้จะไม่สามารถทดแทนความสูญเสียที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมดก็ตาม
  ๔.๓ ร่วมทำงานกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ทั้งที่เป็นองค์กรของประเทศไทย และของประเทศจีน เพื่อผดุงไว้และเสริมสร้างซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับจีนให้สืบเนื่องยาวนานต่อไป

    บัดนี้ สำนักนายกรํฐมนตรี โดย นายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน ปฏิบัติราชการแทน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือตอบกลับมายัง พลเอก ณพล คชแก้ว ประธานสมาพันธ์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางนานาชาติ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๑ รายละเอียดตามหนังสือ ที่ นร ๐๑๐๕.๐๔/๔๔๓๓๕